สิ่งที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับสิว

สิ่งที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับสิว


1 minute read

สิว คืออะไร

สิว เป็นสภาพผิวอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดเป็นจุดและตุ่มหนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนใบหน้า ไหล่ หลังคอ หน้าอกและต้นแขน อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่พบมากและมักเกิดขึ้นในช่วงวัยหนุ่มสาวตั้งแต่อายุ 12 – 24 ปี เนื่องจากต่อมผลิตไขมันถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชายโดยผลิตต่อมหมวกไตทั้งในเพศชายและเพศหญิง เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับสิว นั้นมีอะไรบ้าง

สิวคืออะไรประเภทของสิว

สิวมีหลายชนิด เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวตุ่มหนอง สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึกและสิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง เป็นต้น (บทความ ประเภทของสิว)

ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสิว

  • สิวเป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่โคนของรูขุมขน
  • มีผลถึง 3 ใน 4 คนที่ช่วงอายุ 11 ถึง 30 ปี
  • ไม่เป็นอันตรายแต่ทิ้งรอยแผลไว้บนผิวหนังได้ (บทความ การรักษารอยแผลเป็นจากสิว)
  • การรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเรื้อรังของสิวแต่ละประเภท
  • ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ พันธุกรรม รอบประจำเดือน ความวิตกกังวลและความเครียด ความร้อนชื้นของสภาพอากาศภูมิอาศ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และการกดหรือการบีบสิว 

การรักษาสิวด้วยตนเอง

จากการวิจัยพบว่ามีวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองหลากหลายวิธีแต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ วิธีการรักษาเบื้องต้น ได้แก่

  1. การรับประทานอาหาร: นักวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ/อี และสังกะสีมักมีโอกาสเป็นสิวน้อยกว่า หรือการรับประทานอาหารที่ปริมาณน้ำตาลน้อยอาจจะช่วยลดสาเหตุของการเกิดสิว (บทความ อาหารที่ทำให้เกิดสิว vs อาหารที่ดีต่อผิว)
  2. ทีทรีออยล์ (Tea-tree Oil): สามารถช่วยรักษาต้นตอของสิวในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับปานกลางได้
  3. ชาเขียว: จากผลวิจัยพบว่า ชาเขียวประกอบด้วยสารเคมีที่ชื่อโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยต้านอนุมูลอิสระลดการผลิตไขมันได้เป็นอย่างดี 
  4. มอยส์เจอไรเซอร์: สิ่งเหล่านี้สามารถปลอบประโลมผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ใช้การรักษาสิวเช่น ยาไอโซเตรทติโนอิน  นักวิจัยบอกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีว่านหางจระเข้ที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์หรือวิชฮาเซลอาจมีฤทธิ์ในช่วยในการบรรเทาและป้องกันการอักเสบได้

บทความ เป็นสิว ไม่ต้องพึ่งหมอ

สาเหตุ

ผิวหนังของมนุษย์มีรูขุมขนที่เชื่อมต่อกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง รูขุมขนเชื่อมต่อมไปยังรูเปิด รูขุมขนเป็นถุงเล็กๆ ที่ผลิตและหลั่งของเหลว ต่อมผลิตของเหลวมักเรียกว่าไขมัน ซีบัมนำพาเซลล์ผิวที่ตายแล้วผ่านรูขุมขนไปสู่ผิว ขนเล็กๆ งอกขึ้นตามรูขุมขนออกจากผิวหนัง

สิวจะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเหล่านี้อุดตันและไขมันจะถูกสะสมอยู่ใต้ผิวหนังเซลล์ผิวหนัง ซีบัมและผมสามารถเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนไขมันอุดตัน ก้อนไขมันอุดตันนี้มีการติดเชื้อแบคทีเรียและบวมขึ้น สิวจะเริ่มพัฒนาเมื่อก้อนไขมันอุดตันเริ่มสลายลง โพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเนส (P. acnes) เป็นชื่อของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและก่อให้เกิดการติดเชื้อของสิว

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงและความถี่ของการเกิดสิวขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรีย ไม่ใช่แบคทีเรียทั้งหมดที่จะทำให้เกิดสิว แต่มีบางชนิดที่ช่วยป้องกันสิว

ปัจจัยของฮอร์โมน

ปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดสิว แต่สาเหตุหลักคือการเพิ่มขึ้นของระดับแอนโดรเจน (บทความ สิวและฮอร์โมน)

แอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งมีระดับสูงขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ในผู้หญิงจะเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจน ระดับที่เพิ่มขึ้นของแอนโดรเจนทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเติบโตขึ้น ต่อมขยายผลิตไขมันมากขึ้น ซีบัมส่วนเกินสามารถทำลายผนังเซลล์ในรูขุมขนทำให้แบคทีเรียเติบโตได้

ตัวกระตุ้นที่เป็นไปได้อื่นๆ

  • ยาบางชนิดที่มีแอนโดรเจนและลิเธียม
  • เครื่องสำอาง
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ความเครียดทางอารมณ์
  • รอบประจำเดือน

วิธีรักษาสิว

การรักษา

สิวระยะเริ่มต้น

สิวระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ด้วยผลิตภัณฑ์เวชสำอางหรือตัวยาบางชนิดที่จำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยา เช่น โลชั่นล้างหน้า โลชั่นบำรุงผิวสำหรับผู้เป็นสิว เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์ อาจมีส่วนประกอบของสารดังต่อไปนี้:

  • Resorcinol: ช่วยสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาว
  • Benzoyl peroxide: ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เร่งการผลัดเซลล์ผิวและชะลอการผลิตไขมัน
  • Salicylic acid: ช่วยในการสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาวและช่วยลดการอักเสบและบวม
  • Sulfur: ช่วยรักษาสิวและทำลายเชื้อแบคทีเรียอย่างอ่อนๆ
  • Retin-A: ช่วยปลดบล็อกรูขุมขนผ่านการหมุนเวียนของเซลล์
  • Azelaic acid: เสริมความแข็งแรงของเซลล์ที่รูขุมขน หยุดการบวมของซีบัมและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย มีครีมสำหรับสิว แต่สามารถใช้ในรูปแบบอื่นเพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบโรซาเชียได้ด้วย

ในครั้งแรกแนะนำให้เริ่มด้วยขนาดยาที่มีความแรงน้อยสุด เนื่องจากการเตรียมการบางอย่างอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังแดงหรือไหม้เมื่อใช้ครั้งแรก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะบรรเทาลงหลังจากใช้ในครั้งต่อไป ถ้าไม่บรรเทาลง ควรไปพบแพทย์

สิวระดับปานกลางถึงรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ผิวหนังสามารถรักษาผู้เป็นสิวระดับรุนแรงโดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาชนิดเจลหรือครีมที่เหมาะสมแก่ประเภทของสิว หรืออาจจะเป็นยาปฏิชีวนะในการใช้รับประทานหรือยาฆ่าเชื้อ

การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

หากสิวมีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบอย่างรุนแรงอาจจะทำให้สิวนั้นแตกได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดแผลเป็นในภายหลัง ผู้เชี่ยวชาญอาจรักษาสิวที่เป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบโดยการฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเจือจางไปบนบริเวณที่เป็นสิว สามารถช่วยป้องกันรอยแผล ลดการอักเสบและเพิ่มความเร็วในการรักษา สิวถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังจะสลายลงภายในไม่กี่วัน

ยาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

ยาปฏิชีวนะแบบใช้กินอาจสั่งจ่ายยานานถึง 6 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง เป้าหมายเหล่านี้เพื่อลดจำนวนของแบคทีเรีย P. Acnes ตอนเริ่มต้นขนาดยาจะสูงและลดลงเมื่อสิวหายไป

Acnes สามารถต้านทานยาปฏิชีวนะได้ทันเวลาและต้องการยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่ง สิวมีแนวโน้มที่ต่อต้านยาฆ่าเชื้อที่ใช้เฉพาะที่ค่อนข้างมากกว่ายาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

ยาปฏิชีวนะสามารถต่อต้านกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ Erythromycin และ Tetracycline มักถูกใช้สั่งจ่ายในการรักษาสิว

ยาคุมกำเนิดแบบกิน

ยาคุมกำเนิดแบบกินสามารถช่วยควบคุมสิวในผู้หญิงโดยการระงับการทำงานของต่อมไขมันที่ทำงานเกินไป มักใช้เป็นรักษาสิวระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
สิ่งเหล่านี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่:

  • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • สูบบุหรี่
  • มีประวัติไมเกรน
  • มีอายุมากกว่า 35 ปี

ยาปฎิชีวนะทาเฉพาะที่

ยาปฎิชีวนะยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแบคทีเรีย P. acnes ในผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง ตัวอย่างคือคลินดามัยซินและโซเดียมซัลฟาเซตาไมด์

สิวจากความเครียดความเครียด

อาจเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวในบางกรณี ตุ่มสิวนั้นมีขนาด สี และระดับความเจ็บปวดที่ต่างกันออกไป

เคล็ดลับการป้องกันและการดูแล

  • ล้างหน้าไม่เกินสองครั้งต่อวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ สำหรับสิวโดยเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้การติดเชื้อขยายวงกว้างมากขึ้นรวมถึงทำให้มีการอุดตันบวมแดงมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นได้
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวโดยเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
  • เมื่อพูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือให้ถือห่างจากใบหน้าเพราะอาจมีความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
  • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนทาโลชั่น ครีม หรือแต่งหน้า
  • ทำความสะอาดแว่นตาเป็นประจำเพราะแว่นตาเป็นที่รวบรวมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
  • หากมีสิวที่หลัง ไหล่ หรือหน้าอก ให้สวมเสื้อผ้าที่หลวมกว่าตัว เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นไม่ติดแนบเสื้อผ้า หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูป เช่น ผ้าพันหัว หมวก และผ้าพันคอ หรือหากต้องใส่ให้ซักเป็นประจำ
  • สำหรับผิวที่แพ้ง่ายต้องเลือกเครื่องสำอางสำหรับผิวแพ้ง่ายและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และลบเครื่องสำอางก่อนนอน
  • การใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าหรือมีดโกนหนวดที่มีความคมเมื่อโกนหนวด ควรทำให้ผิวอ่อนนุ่มและลูบเคราด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ก่อนทาครีมโกนหนวด
  • ดูแลเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอเพราะบนผมจะสะสมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนังได้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่มีความมันมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนยและโกโก้
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กับแสงแดดเป็นเวลานานเพราะอาจทำให้ผิวหนังผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งมียารักษาสิวหลายชนิดที่ทำให้ผิวถูกเผาไหม้จากแสงแดดได้
  • หลีกเลี่ยงความวิตกกังวลและความเครียดเนื่องจากสามารถทำให้เพิ่มการผลิตคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนซึ่งทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้น
  • ในสภาพอากาศที่ร้อนหรือชื้นควรพยายามทำให้อากาศมีความเย็นและแห้งเพื่อป้องกันการเหงื่อออก 

สิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดความลำบากใจอย่างมาก แต่ก็มีการรักษาอยู่ทั่วไปและมีประสิทธิภาพในหลายราย

บทความ วิธีหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

« Back to Blog

You have successfully subscribed!