เผยเเพร่เมื่อ โดย Aqua+ Series

จริงอยู่ว่า ผิวของคนเราต้องการผลิตน้ำมันเพื่อให้ผิวแลดูอ่อนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้

แม้ว่า ทุกวันนี้ต่างมีวิธีการขจัดคราบความมันส่วนเกินออกจากผิวที่หลากหลาย หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำเป็นอยู่ประจำ ความมันก็ไม่หาย แต่ก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ดี เพราะการกำจัดความมันตามธรรมชาติหรืออย่างจริงจังต่อผิวของคุณ อาจทำให้ผิวต้องผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงสังเกตุได้ว่า การต่อสู้กับผิวมัน สามารถทำให้สถานการณ์แย่ลง

เราลองมาเช็ค 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

9 พฤติกรรม เพิ่มความมัน

1. ล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน

เมื่อหน้าผากของคุณมีความมันราวกับเหมือนมีสปอตไลท์ส่องอยู่บนผิวหน้า แน่นอนว่าคุณต้องการกำจัดความมันนี้ออกไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การทำความสะอาดผิวในแต่ละครั้งคุณได้ขจัดน้ำมันที่ดีต่อผิวไปด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันที่มากขึ้นและอาจเกิดการระคายเคืองจากการใช้โฟมทำความสะอาดที่มากเกินไป คำแนะนำคือ ควรทำความสะอาดเพียงวันละ 2 ครั้ง หนึ่งครั้งตอนเช้า เพื่อเตรียมสร้างผิวใหม่สำหรับครีมกันแดดและเครื่องสำอาง และอีกครั้งในเวลากลางคืนเพื่อกำจัดเครื่องสำอางและมลภาวะที่มาจากช่วงระหว่างวัน

 

2. มองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์

หากคุณเป็นคนเป็นผิวมัน คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ความชุ่มชื้นก็ได้ เพราะอาจทำให้ผิวของคุณมันเยิ้มมากกว่าที่เคยเป็น เลยมองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่จริงอยู่ว่า ครีมบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดความแห้งของผิว รวมถึงสามารถช่วยลดความมันได้จริง เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยชะลอการสร้างไขมันบนใบหน้าได้

 

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน

หากคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป ควรอยู่ห่างจากผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมัน หรือรูขุมขนที่ผิวหนัง เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวตามมา ในขณะที่บางครั้งต้องทดลองและหาข้อผิดพลาด เพื่อพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ทำร้ายผิว และสิ่งใดที่ไม่ทำร้ายผิว แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีป้ายกำกับว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ซึ่งจะไปชะลอไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง

 

4. การขัดผิวแรงๆ

เมื่อคุณไม่สามารถกำจัดความมันเงาของผิวได้ คุณอาจมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยขจัดความมันออกไปได้ อย่างไรก็ตามแพทย์ผิวหนังเตือนว่า การขัดผิวแรงเกินไปทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น เพื่อการตอบสนอง แทนที่จะเป็นการขัดผิวหน้าอย่างรุนแรงแนะนำให้ใช้การรักษาด้วยกรดซาลิไซลิก คือ ลิโพฟิลิก (lipophilic) ซึ่งหมายความว่ามันสามารถละลายน้ำมันได้ กรดนี้จะช่วยแทรกซึมเข้าไปยังรูขุมขนและช่วยลดน้ำมันที่มากเกินไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้กรดตัวนี้นะคะ

 

5. ใช้กรดซาลิไซลิกบ่อยครั้ง

ที่จริงแล้วกรดซาลิไซลิกอาจเป็นส่วนผสมที่น่าแปลกใจสำหรับผู้ที่มีผิวมัน แต่คุณต้องระวังไม่ใช้มากเกินความจำเป็น จริงอยู่ว่า กรดซาลิไซลิกช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดเซลล์ผิวที่อุดตันในรูขุมขนที่ตายแล้วออกไป อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้กรดซาลิไซลิกบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวแห้งมากเช่นกัน เพราะการตอบสนองของร่างกายจะผลิตน้ำมันได้มากขึ้น ทำให้ผิวของคุณเป็นสิวและอาจเกิดสิวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นแทนที่จะใช้โฟมล้างหน้าที่มีผสมของกรดไซลิก โทนเนอร์แผ่น และยาแต้มสิวเฉพาะจุด ให้เลือกใช้วิธีใดวิธีให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณ

 

6. การใช้โทนเนอร์ประจำ

สำหรับคนส่วนใหญ่ที่มีผิวมัน โทนเนอร์เปรียบเสมือนตัวช่วยของผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวมัน เพราะโทนเนอร์จะช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกออกจากผิว ทำให้รู้สึกสะอาดแต่ความรู้สึกนั้นอาจเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ทำงานได้ดีเกินไป ผู้ใช้บางรายที่มีผิวมันคิดว่าความรุนแรงของโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก หรือตัวสมานผิวเป็นคำตอบที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ตัวสมานผิวที่รุนแรงจะดึงผิวหนังทำให้รู้สึกตึงและคัน จนทำให้ผิวแดง เนื่องจากผิวหนังของคุณพยายามชดเชยน้ำมันที่ถูกขจัดออกไป ต่อมน้ำมันก็จะผลิดน้ำมันใหม่ออกมา ดังนั้น โทนเนอร์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ตลอดเวลา แต่ถ้าคุณชอบใช้เป็นประจำ ลองหาโทนเนอร์บางชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์กันดูนะคะ

 

7. ใช้แปรงขัดทำความสะอาดผิวมากเกินไป

เมื่อผิวของคุณมีการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป รูขุมขนจะมีการอุดตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่แปรงทำความสะอาดผิวโดยเฉพาะ มีประโยชน์ช่วยลดความมันได้บ้าง แต่ควรใช้เพียงแค่วันละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว  บางครั้งการใช้แปรงขัดผิวมากเกินไป แทนที่จะทำความสะอาดผิวและกำจัดน้ำมัน แต่เป็นการกระตุ้นให้ต่อมผลิตน้ำมันที่ออกมามากกว่าเดิม

 

8. การแต่งหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะ

สาวๆ หลายคนคงอดห้ามการแต่งหน้าไม่ได้กันสักเท่าไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าครีมรองพื้นที่ใช้นั้นมีส่วนผสมของน้ำมันที่มากเกินไปหรือเปล่า แนะนำให้ลองมองหารองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่ปราศจากน้ำมัน อย่างผลิตภัณฑ์จาก Aqua+ Series Soft Matte Silky Foundation SPF25 สูตร Oil-Free เหมาะสำหรับผู้มีผิวมันและปัญหาสิวโดยเฉพาะค่ะ ของดีแบบนี้ แอดมินจะไม่เอามาบอกต่อได้อย่างไร

 

9. มีความเครียดและกังวลกับผิวตลอดเวลา

ในยุคที่มีวุ่นวายนี้ ไม่น่าแปลกที่คุณจะรู้สึกเครียดอยู่บ่อยครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าความเครียดหรือความกังวลสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณอย่างง่ายดาย รวมถึงมีผลกระทบต่อผิวของคุณเช่นกัน เมื่อเราเครียด ร่างกายของเราจะผลิตคอร์ติซอลในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาของฮอร์โมนที่สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้ จากนั้น เราก็จะพยายามปกปิดรอยสิวเหล่านี้ ด้วยการแต่งหน้าแลใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดความมัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสิวที่มากขึ้นอีกด้วย หากคุณมีความเครียดมากเกินไป ควรคำนึงถึงว่าจะแก้ปัญหาตรงไหนก่อนดี แม้ว่ามันอาจจะดูไม่เหมือนส่วนหนึ่งของกิจวัตรในการดูแลผิว แต่สามารถช่วยชะลอความเครียดและความกังวลลงได้ค่ะ

จริงอยู่ว่า ผิวของคนเราต้องการผลิตน้ำมันเพื่อให้ผิวแลดูอ่อนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้

แม้ว่า ทุกวันนี้ต่างมีวิธีการขจัดคราบความมันส่วนเกินออกจากผิวที่หลากหลาย หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำเป็นอยู่ประจำ ความมันก็ไม่หาย แต่ก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ดี เพราะการกำจัดความมันตามธรรมชาติหรืออย่างจริงจังต่อผิวของคุณ อาจทำให้ผิวต้องผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงสังเกตุได้ว่า การต่อสู้กับผิวมัน สามารถทำให้สถานการณ์แย่ลง

เราลองมาเช็ค 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

9 พฤติกรรม เพิ่มความมัน

1. ล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน

เมื่อหน้าผากของคุณมีความมันราวกับเหมือนมีสปอตไลท์ส่องอยู่บนผิวหน้า แน่นอนว่าคุณต้องการกำจัดความมันนี้ออกไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การทำความสะอาดผิวในแต่ละครั้งคุณได้ขจัดน้ำมันที่ดีต่อผิวไปด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันที่มากขึ้นและอาจเกิดการระคายเคืองจากการใช้โฟมทำความสะอาดที่มากเกินไป คำแนะนำคือ ควรทำความสะอาดเพียงวันละ 2 ครั้ง หนึ่งครั้งตอนเช้า เพื่อเตรียมสร้างผิวใหม่สำหรับครีมกันแดดและเครื่องสำอาง และอีกครั้งในเวลากลางคืนเพื่อกำจัดเครื่องสำอางและมลภาวะที่มาจากช่วงระหว่างวัน

 

2. มองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์

หากคุณเป็นคนเป็นผิวมัน คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ความชุ่มชื้นก็ได้ เพราะอาจทำให้ผิวของคุณมันเยิ้มมากกว่าที่เคยเป็น เลยมองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่จริงอยู่ว่า ครีมบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดความแห้งของผิว รวมถึงสามารถช่วยลดความมันได้จริง เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยชะลอการสร้างไขมันบนใบหน้าได้

 

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน

หากคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป ควรอยู่ห่างจากผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมัน หรือรูขุมขนที่ผิวหนัง เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวตามมา ในขณะที่บางครั้งต้องทดลองและหาข้อผิดพลาด เพื่อพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ทำร้ายผิว และสิ่งใดที่ไม่ทำร้ายผิว แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีป้ายกำกับว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ซึ่งจะไปชะลอไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง

 

4. การขัดผิวแรงๆ

เมื่อคุณไม่สามารถกำจัดความมันเงาของผิวได้ คุณอาจมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยขจัดความมันออกไปได้ อย่างไรก็ตามแพทย์ผิวหนังเตือนว่า การขัดผิวแรงเกินไปทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น เพื่อการตอบสนอง แทนที่จะเป็นการขัดผิวหน้าอย่างรุนแรงแนะนำให้ใช้การรักษาด้วยกรดซาลิไซลิก คือ ลิโพฟิลิก (lipophilic) ซึ่งหมายความว่ามันสามารถละลายน้ำมันได้ กรดนี้จะช่วยแทรกซึมเข้าไปยังรูขุมขนและช่วยลดน้ำมันที่มากเกินไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้กรดตัวนี้นะคะ

 

5. ใช้กรดซาลิไซลิกบ่อยครั้ง

ที่จริงแล้วกรดซาลิไซลิกอาจเป็นส่วนผสมที่น่าแปลกใจสำหรับผู้ที่มีผิวมัน แต่คุณต้องระวังไม่ใช้มากเกินความจำเป็น จริงอยู่ว่า กรดซาลิไซลิกช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดเซลล์ผิวที่อุดตันในรูขุมขนที่ตายแล้วออกไป อย่างไรก็ตาม หากคุณใช้กรดซาลิไซลิกบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวแห้งมากเช่นกัน เพราะการตอบสนองของร่างกายจะผลิตน้ำมันได้มากขึ้น ทำให้ผิวของคุณเป็นสิวและอาจเกิดสิวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นแทนที่จะใช้โฟมล้างหน้าที่มีผสมของกรดไซลิก โทนเนอร์แผ่น และยาแต้มสิวเฉพาะจุด ให้เลือกใช้วิธีใดวิธีให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณ

 

6. การใช้โทนเนอร์ประจำ

สำหรับคนส่วนใหญ่ที่มีผิวมัน โทนเนอร์เปรียบเสมือนตัวช่วยของผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวมัน เพราะโทนเนอร์จะช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกออกจากผิว ทำให้รู้สึกสะอาดแต่ความรู้สึกนั้นอาจเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ทำงานได้ดีเกินไป ผู้ใช้บางรายที่มีผิวมันคิดว่าความรุนแรงของโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก หรือตัวสมานผิวเป็นคำตอบที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ตัวสมานผิวที่รุนแรงจะดึงผิวหนังทำให้รู้สึกตึงและคัน จนทำให้ผิวแดง เนื่องจากผิวหนังของคุณพยายามชดเชยน้ำมันที่ถูกขจัดออกไป ต่อมน้ำมันก็จะผลิดน้ำมันใหม่ออกมา ดังนั้น โทนเนอร์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ตลอดเวลา แต่ถ้าคุณชอบใช้เป็นประจำ ลองหาโทนเนอร์บางชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์กันดูนะคะ

 

7. ใช้แปรงขัดทำความสะอาดผิวมากเกินไป

เมื่อผิวของคุณมีการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป รูขุมขนจะมีการอุดตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่แปรงทำความสะอาดผิวโดยเฉพาะ มีประโยชน์ช่วยลดความมันได้บ้าง แต่ควรใช้เพียงแค่วันละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว  บางครั้งการใช้แปรงขัดผิวมากเกินไป แทนที่จะทำความสะอาดผิวและกำจัดน้ำมัน แต่เป็นการกระตุ้นให้ต่อมผลิตน้ำมันที่ออกมามากกว่าเดิม

 

8. การแต่งหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะ

สาวๆ หลายคนคงอดห้ามการแต่งหน้าไม่ได้กันสักเท่าไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าครีมรองพื้นที่ใช้นั้นมีส่วนผสมของน้ำมันที่มากเกินไปหรือเปล่า แนะนำให้ลองมองหารองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่ปราศจากน้ำมัน อย่างผลิตภัณฑ์จาก Aqua+ Series Soft Matte Silky Foundation SPF25 สูตร Oil-Free เหมาะสำหรับผู้มีผิวมันและปัญหาสิวโดยเฉพาะค่ะ ของดีแบบนี้ แอดมินจะไม่เอามาบอกต่อได้อย่างไร

 

9. มีความเครียดและกังวลกับผิวตลอดเวลา

ในยุคที่มีวุ่นวายนี้ ไม่น่าแปลกที่คุณจะรู้สึกเครียดอยู่บ่อยครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าความเครียดหรือความกังวลสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณอย่างง่ายดาย รวมถึงมีผลกระทบต่อผิวของคุณเช่นกัน เมื่อเราเครียด ร่างกายของเราจะผลิตคอร์ติซอลในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาของฮอร์โมนที่สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้ จากนั้น เราก็จะพยายามปกปิดรอยสิวเหล่านี้ ด้วยการแต่งหน้าแลใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดความมัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสิวที่มากขึ้นอีกด้วย หากคุณมีความเครียดมากเกินไป ควรคำนึงถึงว่าจะแก้ปัญหาตรงไหนก่อนดี แม้ว่ามันอาจจะดูไม่เหมือนส่วนหนึ่งของกิจวัตรในการดูแลผิว แต่สามารถช่วยชะลอความเครียดและความกังวลลงได้ค่ะ