เผยเเพร่เมื่อ โดย Aqua+ Series

สิวเป็นสภาพผิวอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดเป็นจุดและตุ่มหนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนใบหน้า ไหล่ หลังคอ หน้าอกและต้นแขน ประเภทของสิวมีหลายชนิด  เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวตุ่มหนอง สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึกและสิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง เป็นต้น

อีกทั้งสิวยังเป็นปัญหาที่พบมากและมักเกิดขึ้นในช่วงวัยหนุ่มสาวตั้งแต่อายุ 12 – 24 ปี เนื่องจากต่อมผลิตไขมันถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชายโดยผลิตต่อมหมวกไตทั้งในเพศชายและเพศหญิง ทั้งนี้ปัญหาสิวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เป็นอันตรายแต่มักทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนผิวหนัง 

เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับสิวนั้นมีอะไรบ้าง

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับสิว

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิว

  • สิวเป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่โคนของรูขุมขน
  • มีผลถึง 3 ใน 4 คนที่ช่วงอายุ 11 ถึง 30 ปี
  • ไม่เป็นอันตรายแต่ทิ้งรอยแผลไว้บนผิวหนังได้
  • การรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเรื้อรังของสิวแต่ละประเภท
  • ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ พันธุกรรม รอบประจำเดือน ความวิตกกังวลและความเครียด ความร้อนชื้นของสภาพอากาศภูมิอาศ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และการกดหรือการบีบสิว 
 

การรักษาสิวด้วยตนเอง

จากการวิจัยพบว่ามีวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองหลากหลายวิธีแต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ วิธีการรักษาเบื้องต้น ได้แก่

การรับประทานอาหาร: นักวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ/อี และสังกะสีมักมีโอกาสเป็นสิวน้อยกว่า หรือการรับประทานอาหารที่ปริมาณน้ำตาลน้อยอาจจะช่วยลดสาเหตุของการเกิดสิว

ทีทรีออยล์ (Tea-tree Oil): สามารถช่วยรักษาต้นตอของสิวในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับปานกลางได้

ชาเขียว: จากผลวิจัยพบว่า ชาเขียวประกอบด้วยสารเคมีที่ชื่อโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยต้านอนุมูลอิสระลดการผลิตไขมันได้เป็นอย่างดี 

มอยส์เจอไรเซอร์: สิ่งเหล่านี้สามารถปลอบประโลมผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ใช้การรักษาสิวเช่น ยาไอโซเตรทติโนอิน  นักวิจัยบอกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีว่านหางจระเข้ที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์หรือวิชฮาเซลอาจมีฤทธิ์ในช่วยในการบรรเทาและป้องกันการอักเสบได้
 

สาเหตุ

ผิวหนังของมนุษย์มีรูขุมขนที่เชื่อมต่อกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง รูขุมขนเชื่อมต่อมไปยังรูเปิด รูขุมขนเป็นถุงเล็กๆ ที่ผลิตและหลั่งของเหลว ต่อมผลิตของเหลวมักเรียกว่าไขมัน ซีบัมนำพาเซลล์ผิวที่ตายแล้วผ่านรูขุมขนไปสู่ผิว ขนเล็กๆ งอกขึ้นตามรูขุมขนออกจากผิวหนัง

สิวจะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเหล่านี้อุดตันและไขมันจะถูกสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง

เซลล์ผิวหนัง ซีบัมและผมสามารถเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนไขมันอุดตัน ก้อนไขมันอุดตันนี้มีการติดเชื้อแบคทีเรียและบวมขึ้น สิวจะเริ่มพัฒนาเมื่อก้อนไขมันอุดตันเริ่มสลายลง

โพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเนส (P. acnes) เป็นชื่อของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและก่อให้เกิดการติดเชื้อของสิว

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงและความถี่ของการเกิดสิวขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรีย ไม่ใช่แบคทีเรียทั้งหมดที่จะทำให้เกิดสิว แต่มีบางชนิดที่ช่วยป้องกันสิว
 

ปัจจัยของฮอร์โมน

ปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดสิว แต่สาเหตุหลักคือการเพิ่มขึ้นของระดับแอนโดรเจน


แอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งมีระดับสูงขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ในผู้หญิงจะเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจน ระดับที่เพิ่มขึ้นของแอนโดรเจนทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเติบโตขึ้น ต่อมขยายผลิตไขมันมากขึ้น ซีบัมส่วนเกินสามารถทำลายผนังเซลล์ในรูขุมขนทำให้แบคทีเรียเติบโตได้
 

ตัวกระตุ้นที่เป็นไปได้อื่น ๆ

การศึกษาบางอย่างแนะนำว่าปัจจัยทางพันธุกรรมอาจเพิ่มความเสี่ยง ส่วนจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่:
  • ยาบางชนิดที่มีแอนโดรเจนและลิเธียม
  • เครื่องสำอาง
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ความเครียดทางอารมณ์
  • รอบประจำเดือน
    การรักษาสิว

    การรักษา

    การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเรื้อรังของสิว มีครีมและเจลที่เป็นสเตียรอยด์และไม่ใช่สเตียรอยด์หลากหลายชนิดที่สามารถรักษาสิวได้และมีประสิทธิภาพมาก
     

    สิวระยะเริ่มต้น

    สิวระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ด้วยผลิตภัณฑ์เวชสำอางหรือตัวยาบางชนิดที่จำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยา เช่น โลชั่นล้างหน้า โลชั่นบำรุงผิวสำหรับผู้เป็นสิว เป็นต้น


    ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์ อาจมีส่วนประกอบของสารดังต่อไปนี้:

    • Resorcinol: ช่วยสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาว
    • Benzoyl peroxide: ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เร่งการผลัดเซลล์ผิวและชะลอการผลิตไขมัน
    • Salicylic acid: ช่วยในการสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาวและช่วยลดการอักเสบและบวม
    • Sulfur: ช่วยรักษาสิวและทำลายเชื้อแบคทีเรียอย่างอ่อนๆ
    • Retin-A: ช่วยปลดบล็อกรูขุมขนผ่านการหมุนเวียนของเซลล์
    • Azelaic acid: เสริมความแข็งแรงของเซลล์ที่รูขุมขน หยุดการบวมของซีบัมและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย มีครีมสำหรับสิว แต่สามารถใช้ในรูปแบบอื่นเพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบโรซาเชียได้ด้วย

    ในครั้งแรกแนะนำให้เริ่มด้วยขนาดยาที่มีความแรงน้อยสุด เนื่องจากการเตรียมการบางอย่างอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังแดงหรือไหม้เมื่อใช้ครั้งแรก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะบรรเทาลงหลังจากใช้ในครั้งต่อไป ถ้าไม่บรรเทาลง ควรไปพบแพทย์
     

    สิวระดับปานกลางถึงรุนแรง

    ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ผิวหนังสามารถรักษาผู้เป็นสิวระดับรุนแรงโดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาชนิดเจลหรือครีมที่เหมาะสมแก่ประเภทของสิว หรืออาจจะเป็นยาปฏิชีวนะในการใช้รับประทานหรือยาฆ่าเชื้อ
     

    การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

    หากสิวมีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบอย่างรุนแรงอาจจะทำให้สิวนั้นแตกได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดแผลเป็นในภายหลัง ผู้เชี่ยวชาญอาจรักษาสิวที่เป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบโดยการฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเจือจางไปบนบริเวณที่เป็นสิว สามารถช่วยป้องกันรอยแผล ลดการอักเสบและเพิ่มความเร็วในการรักษา สิวถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังจะสลายลงภายในไม่กี่วัน

     

    ยาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

    ยาปฏิชีวนะแบบใช้กินอาจสั่งจ่ายยานานถึง 6 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง เป้าหมายเหล่านี้เพื่อลดจำนวนของแบคทีเรีย P. Acnes ตอนเริ่มต้นขนาดยาจะสูงและลดลงเมื่อสิวหายไป

    Acnes สามารถต้านทานยาปฏิชีวนะได้ทันเวลาและต้องการยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่ง สิวมีแนวโน้มที่ต่อต้านยาฆ่าเชื้อที่ใช้เฉพาะที่ค่อนข้างมากกว่ายาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

    ยาปฏิชีวนะสามารถต่อต้านกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ Erythromycin และ Tetracycline มักถูกใช้สั่งจ่ายในการรักษาสิว
     

    ยาคุมกำเนิดแบบกิน

    ยาคุมกำเนิดแบบกินสามารถช่วยควบคุมสิวในผู้หญิงโดยการระงับการทำงานของต่อมไขมันที่ทำงานเกินไป มักใช้เป็นรักษาสิวระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
    สิ่งเหล่านี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่:

    • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
    • สูบบุหรี่
    • มีประวัติไมเกรน
    • มีอายุมากกว่า 35 ปี
     

    ยาปฎิชีวนะทาเฉพาะที่

    ยาปฎิชีวนะยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแบคทีเรีย P. acnes ในผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง ตัวอย่างคือคลินดามัยซินและโซเดียมซัลฟาเซตาไมด์
     

    แพทย์ผิวหนังอาจกำหนดเรตินอยด์ทาเฉพาะที่

    เรตินอยด์ทาเฉพาะที่เป็นอนุพันธ์ของวิตามิน A ทำการอุดตันรูขุมขนและป้องกันไม่ให้เกิดสิวหัวขาวและสิวหัวดำ ตัวอย่างของเรตินอยด์ทาเฉพาะที่กำหนดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ adapalene, tazarotene และ tretinoin
     

    ยาไอโซเตรทติโนอิน

    เป็นยาควบคุมอย่างเคร่งครัดที่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยจะต้องลงนามในใบยินยอมเพื่อบอกว่าเข้าใจในความเสี่ยง

    ผลข้างเคียง ได้แก่ ผิวแห้ง ริมฝีปากแห้ง เลือดกำเดาไหล เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์หากใช้ระหว่างตั้งครรภ์และอารมณ์แปรปรวน

    ผู้ป่วยที่ใช้ไอโซเตรทติโนอินต้องหลีกเลี่ยงอาหารเสริมวิตามินเอซึ่งนำไปสู่ความเป็นพิษของวิตามินเกินขนาด
    สิวคืออะไร

    ความเครียด

    อาจเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวในบางกรณี ตุ่มสิวนั้นมีขนาด สี และระดับความเจ็บปวดที่ต่างกันออกไป
    ประเภทที่เป็นไปได้มีดังต่อไปนี้:
    • สิวหัวขาว: สิวแบบนี้จะอยู่ใต้ผิวหนังและมีขนาดเล็ก
    • สิวหัวดำ: มองเห็นได้ชัดเจน เป็นสีดำและปรากฏบนผิวของผิวหนัง
    • สิวชนิดตุ่มนูนแดง: มีขนาดเล็ก มักจะเป็นตุ่มสีชมพู และปรากฏบนผิวของผิวหนัง
    • สิวหัวหนอง: มองเห็นได้ชัดเจนบนผิวของผิวหนัง มีสีแดงที่ฐานและมีหนองอยู่ด้านบน
    • สิวอักเสบแดงที่เป็นก้อนลึก: มองเห็นได้ชัดบนผิวของผิวหนัง มีขนาดใหญ่ แข็ง และมีอาการเจ็บสิวซึ่งจะอยู่ลึกลงไปในผิวหนัง
    • สิวที่เป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง: มองเห็นได้ชัดเจนบนผิว เจ็บและมีหนอง สิวหัวหนองอาจทำให้เกิดแผลเป็น
     

    เคล็ดลับการป้องกันและการดูแล

    เคล็ดลับในการดูแลผิวที่เป็นสิวหรือมักเกิดสิว
    • ล้างหน้าไม่เกินสองครั้งต่อวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ สำหรับสิวโดยเฉพาะ
    • หลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้การติดเชื้อขยายวงกว้างมากขึ้นรวมถึงทำให้มีการอุดตันบวมแดงมากขึ้น
    • หลีกเลี่ยงการบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นได้
    • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวโดยเฉพาะ
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
    • เมื่อพูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือให้ถือห่างจากใบหน้าเพราะอาจมีความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
    • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนทาโลชั่น ครีม หรือแต่งหน้า
    • ทำความสะอาดแว่นตาเป็นประจำเพราะแว่นตาเป็นที่รวบรวมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
    • หากมีสิวที่หลัง ไหล่ หรือหน้าอก ให้สวมเสื้อผ้าที่หลวมกว่าตัว เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นไม่ติดแนบเสื้อผ้า หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูป เช่น ผ้าพันหัว หมวก และผ้าพันคอ หรือหากต้องใส่ให้ซักเป็นประจำ
    • สำหรับผิวที่แพ้ง่ายต้องเลือกเครื่องสำอางสำหรับผิวแพ้ง่ายและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และลบเครื่องสำอางก่อนนอน
    • การใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าหรือมีดโกนหนวดที่มีความคมเมื่อโกนหนวด ควรทำให้ผิวอ่อนนุ่มและลูบเคราด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ก่อนทาครีมโกนหนวด
    • ดูแลเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอเพราะบนผมจะสะสมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนังได้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่มีความมันมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนยและโกโก้
    • หลีกเลี่ยงการอยู่กับแสงแดดเป็นเวลานานเพราะอาจทำให้ผิวหนังผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งมียารักษาสิวหลายชนิดที่ทำให้ผิวถูกเผาไหม้จากแสงแดดได้
    • หลีกเลี่ยงความวิตกกังวลและความเครียดเนื่องจากสามารถทำให้เพิ่มการผลิตคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนซึ่งทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้น
    • ในสภาพอากาศที่ร้อนหรือชื้นควรพยายามทำให้อากาศมีความเย็นและแห้งเพื่อป้องกันการเหงื่อออก

     
    สิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดความลำบากใจอย่างมาก แต่ก็มีการรักษาอยู่ทั่วไปและมีประสิทธิภาพในหลายราย

    สิวเป็นสภาพผิวอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดเป็นจุดและตุ่มหนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนใบหน้า ไหล่ หลังคอ หน้าอกและต้นแขน ประเภทของสิวมีหลายชนิด  เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวตุ่มหนอง สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึกและสิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง เป็นต้น

    อีกทั้งสิวยังเป็นปัญหาที่พบมากและมักเกิดขึ้นในช่วงวัยหนุ่มสาวตั้งแต่อายุ 12 – 24 ปี เนื่องจากต่อมผลิตไขมันถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชายโดยผลิตต่อมหมวกไตทั้งในเพศชายและเพศหญิง ทั้งนี้ปัญหาสิวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เป็นอันตรายแต่มักทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนผิวหนัง 

    เรามาดูกันว่าสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับสิวนั้นมีอะไรบ้าง

    สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับสิว

    ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิว

    • สิวเป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่โคนของรูขุมขน
    • มีผลถึง 3 ใน 4 คนที่ช่วงอายุ 11 ถึง 30 ปี
    • ไม่เป็นอันตรายแต่ทิ้งรอยแผลไว้บนผิวหนังได้
    • การรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเรื้อรังของสิวแต่ละประเภท
    • ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ พันธุกรรม รอบประจำเดือน ความวิตกกังวลและความเครียด ความร้อนชื้นของสภาพอากาศภูมิอาศ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และการกดหรือการบีบสิว 
     

    การรักษาสิวด้วยตนเอง

    จากการวิจัยพบว่ามีวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองหลากหลายวิธีแต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ วิธีการรักษาเบื้องต้น ได้แก่

    การรับประทานอาหาร: นักวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินเอ/อี และสังกะสีมักมีโอกาสเป็นสิวน้อยกว่า หรือการรับประทานอาหารที่ปริมาณน้ำตาลน้อยอาจจะช่วยลดสาเหตุของการเกิดสิว

    ทีทรีออยล์ (Tea-tree Oil): สามารถช่วยรักษาต้นตอของสิวในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับปานกลางได้

    ชาเขียว: จากผลวิจัยพบว่า ชาเขียวประกอบด้วยสารเคมีที่ชื่อโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยต้านอนุมูลอิสระลดการผลิตไขมันได้เป็นอย่างดี 

    มอยส์เจอไรเซอร์: สิ่งเหล่านี้สามารถปลอบประโลมผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ใช้การรักษาสิวเช่น ยาไอโซเตรทติโนอิน  นักวิจัยบอกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีว่านหางจระเข้ที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์หรือวิชฮาเซลอาจมีฤทธิ์ในช่วยในการบรรเทาและป้องกันการอักเสบได้
     

    สาเหตุ

    ผิวหนังของมนุษย์มีรูขุมขนที่เชื่อมต่อกับต่อมไขมันใต้ผิวหนัง รูขุมขนเชื่อมต่อมไปยังรูเปิด รูขุมขนเป็นถุงเล็กๆ ที่ผลิตและหลั่งของเหลว ต่อมผลิตของเหลวมักเรียกว่าไขมัน ซีบัมนำพาเซลล์ผิวที่ตายแล้วผ่านรูขุมขนไปสู่ผิว ขนเล็กๆ งอกขึ้นตามรูขุมขนออกจากผิวหนัง

    สิวจะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเหล่านี้อุดตันและไขมันจะถูกสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง

    เซลล์ผิวหนัง ซีบัมและผมสามารถเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนไขมันอุดตัน ก้อนไขมันอุดตันนี้มีการติดเชื้อแบคทีเรียและบวมขึ้น สิวจะเริ่มพัฒนาเมื่อก้อนไขมันอุดตันเริ่มสลายลง

    โพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเนส (P. acnes) เป็นชื่อของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและก่อให้เกิดการติดเชื้อของสิว

    การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงและความถี่ของการเกิดสิวขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรีย ไม่ใช่แบคทีเรียทั้งหมดที่จะทำให้เกิดสิว แต่มีบางชนิดที่ช่วยป้องกันสิว
     

    ปัจจัยของฮอร์โมน

    ปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดสิว แต่สาเหตุหลักคือการเพิ่มขึ้นของระดับแอนโดรเจน


    แอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งมีระดับสูงขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ในผู้หญิงจะเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจน ระดับที่เพิ่มขึ้นของแอนโดรเจนทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเติบโตขึ้น ต่อมขยายผลิตไขมันมากขึ้น ซีบัมส่วนเกินสามารถทำลายผนังเซลล์ในรูขุมขนทำให้แบคทีเรียเติบโตได้
     

    ตัวกระตุ้นที่เป็นไปได้อื่น ๆ

    การศึกษาบางอย่างแนะนำว่าปัจจัยทางพันธุกรรมอาจเพิ่มความเสี่ยง ส่วนจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่:
    • ยาบางชนิดที่มีแอนโดรเจนและลิเธียม
    • เครื่องสำอาง
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
    • ความเครียดทางอารมณ์
    • รอบประจำเดือน
      การรักษาสิว

      การรักษา

      การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเรื้อรังของสิว มีครีมและเจลที่เป็นสเตียรอยด์และไม่ใช่สเตียรอยด์หลากหลายชนิดที่สามารถรักษาสิวได้และมีประสิทธิภาพมาก
       

      สิวระยะเริ่มต้น

      สิวระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ด้วยผลิตภัณฑ์เวชสำอางหรือตัวยาบางชนิดที่จำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยา เช่น โลชั่นล้างหน้า โลชั่นบำรุงผิวสำหรับผู้เป็นสิว เป็นต้น


      ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์ อาจมีส่วนประกอบของสารดังต่อไปนี้:

      • Resorcinol: ช่วยสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาว
      • Benzoyl peroxide: ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เร่งการผลัดเซลล์ผิวและชะลอการผลิตไขมัน
      • Salicylic acid: ช่วยในการสลายสิวหัวดำและสิวหัวขาวและช่วยลดการอักเสบและบวม
      • Sulfur: ช่วยรักษาสิวและทำลายเชื้อแบคทีเรียอย่างอ่อนๆ
      • Retin-A: ช่วยปลดบล็อกรูขุมขนผ่านการหมุนเวียนของเซลล์
      • Azelaic acid: เสริมความแข็งแรงของเซลล์ที่รูขุมขน หยุดการบวมของซีบัมและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย มีครีมสำหรับสิว แต่สามารถใช้ในรูปแบบอื่นเพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบโรซาเชียได้ด้วย

      ในครั้งแรกแนะนำให้เริ่มด้วยขนาดยาที่มีความแรงน้อยสุด เนื่องจากการเตรียมการบางอย่างอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังแดงหรือไหม้เมื่อใช้ครั้งแรก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะบรรเทาลงหลังจากใช้ในครั้งต่อไป ถ้าไม่บรรเทาลง ควรไปพบแพทย์
       

      สิวระดับปานกลางถึงรุนแรง

      ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ผิวหนังสามารถรักษาผู้เป็นสิวระดับรุนแรงโดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาชนิดเจลหรือครีมที่เหมาะสมแก่ประเภทของสิว หรืออาจจะเป็นยาปฏิชีวนะในการใช้รับประทานหรือยาฆ่าเชื้อ
       

      การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

      หากสิวมีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบอย่างรุนแรงอาจจะทำให้สิวนั้นแตกได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดแผลเป็นในภายหลัง ผู้เชี่ยวชาญอาจรักษาสิวที่เป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังที่อักเสบโดยการฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดเจือจางไปบนบริเวณที่เป็นสิว สามารถช่วยป้องกันรอยแผล ลดการอักเสบและเพิ่มความเร็วในการรักษา สิวถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังจะสลายลงภายในไม่กี่วัน

       

      ยาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

      ยาปฏิชีวนะแบบใช้กินอาจสั่งจ่ายยานานถึง 6 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง เป้าหมายเหล่านี้เพื่อลดจำนวนของแบคทีเรีย P. Acnes ตอนเริ่มต้นขนาดยาจะสูงและลดลงเมื่อสิวหายไป

      Acnes สามารถต้านทานยาปฏิชีวนะได้ทันเวลาและต้องการยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่ง สิวมีแนวโน้มที่ต่อต้านยาฆ่าเชื้อที่ใช้เฉพาะที่ค่อนข้างมากกว่ายาปฏิชีวนะแบบใช้กิน

      ยาปฏิชีวนะสามารถต่อต้านกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ Erythromycin และ Tetracycline มักถูกใช้สั่งจ่ายในการรักษาสิว
       

      ยาคุมกำเนิดแบบกิน

      ยาคุมกำเนิดแบบกินสามารถช่วยควบคุมสิวในผู้หญิงโดยการระงับการทำงานของต่อมไขมันที่ทำงานเกินไป มักใช้เป็นรักษาสิวระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
      สิ่งเหล่านี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่:

      • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
      • สูบบุหรี่
      • มีประวัติไมเกรน
      • มีอายุมากกว่า 35 ปี
       

      ยาปฎิชีวนะทาเฉพาะที่

      ยาปฎิชีวนะยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแบคทีเรีย P. acnes ในผู้ป่วยที่มีสิวปานกลางถึงรุนแรง ตัวอย่างคือคลินดามัยซินและโซเดียมซัลฟาเซตาไมด์
       

      แพทย์ผิวหนังอาจกำหนดเรตินอยด์ทาเฉพาะที่

      เรตินอยด์ทาเฉพาะที่เป็นอนุพันธ์ของวิตามิน A ทำการอุดตันรูขุมขนและป้องกันไม่ให้เกิดสิวหัวขาวและสิวหัวดำ ตัวอย่างของเรตินอยด์ทาเฉพาะที่กำหนดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ adapalene, tazarotene และ tretinoin
       

      ยาไอโซเตรทติโนอิน

      เป็นยาควบคุมอย่างเคร่งครัดที่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยจะต้องลงนามในใบยินยอมเพื่อบอกว่าเข้าใจในความเสี่ยง

      ผลข้างเคียง ได้แก่ ผิวแห้ง ริมฝีปากแห้ง เลือดกำเดาไหล เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์หากใช้ระหว่างตั้งครรภ์และอารมณ์แปรปรวน

      ผู้ป่วยที่ใช้ไอโซเตรทติโนอินต้องหลีกเลี่ยงอาหารเสริมวิตามินเอซึ่งนำไปสู่ความเป็นพิษของวิตามินเกินขนาด
      สิวคืออะไร

      ความเครียด

      อาจเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวในบางกรณี ตุ่มสิวนั้นมีขนาด สี และระดับความเจ็บปวดที่ต่างกันออกไป
      ประเภทที่เป็นไปได้มีดังต่อไปนี้:
      • สิวหัวขาว: สิวแบบนี้จะอยู่ใต้ผิวหนังและมีขนาดเล็ก
      • สิวหัวดำ: มองเห็นได้ชัดเจน เป็นสีดำและปรากฏบนผิวของผิวหนัง
      • สิวชนิดตุ่มนูนแดง: มีขนาดเล็ก มักจะเป็นตุ่มสีชมพู และปรากฏบนผิวของผิวหนัง
      • สิวหัวหนอง: มองเห็นได้ชัดเจนบนผิวของผิวหนัง มีสีแดงที่ฐานและมีหนองอยู่ด้านบน
      • สิวอักเสบแดงที่เป็นก้อนลึก: มองเห็นได้ชัดบนผิวของผิวหนัง มีขนาดใหญ่ แข็ง และมีอาการเจ็บสิวซึ่งจะอยู่ลึกลงไปในผิวหนัง
      • สิวที่เป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง: มองเห็นได้ชัดเจนบนผิว เจ็บและมีหนอง สิวหัวหนองอาจทำให้เกิดแผลเป็น
       

      เคล็ดลับการป้องกันและการดูแล

      เคล็ดลับในการดูแลผิวที่เป็นสิวหรือมักเกิดสิว
      • ล้างหน้าไม่เกินสองครั้งต่อวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ สำหรับสิวโดยเฉพาะ
      • หลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้การติดเชื้อขยายวงกว้างมากขึ้นรวมถึงทำให้มีการอุดตันบวมแดงมากขึ้น
      • หลีกเลี่ยงการบีบสิวเพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นได้
      • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิวโดยเฉพาะ
      • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
      • เมื่อพูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือให้ถือห่างจากใบหน้าเพราะอาจมีความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
      • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนทาโลชั่น ครีม หรือแต่งหน้า
      • ทำความสะอาดแว่นตาเป็นประจำเพราะแว่นตาเป็นที่รวบรวมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนัง
      • หากมีสิวที่หลัง ไหล่ หรือหน้าอก ให้สวมเสื้อผ้าที่หลวมกว่าตัว เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นไม่ติดแนบเสื้อผ้า หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูป เช่น ผ้าพันหัว หมวก และผ้าพันคอ หรือหากต้องใส่ให้ซักเป็นประจำ
      • สำหรับผิวที่แพ้ง่ายต้องเลือกเครื่องสำอางสำหรับผิวแพ้ง่ายและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และลบเครื่องสำอางก่อนนอน
      • การใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าหรือมีดโกนหนวดที่มีความคมเมื่อโกนหนวด ควรทำให้ผิวอ่อนนุ่มและลูบเคราด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ก่อนทาครีมโกนหนวด
      • ดูแลเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอเพราะบนผมจะสะสมความมันและสิ่งตกค้างบนผิวหนังได้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่มีความมันมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนยและโกโก้
      • หลีกเลี่ยงการอยู่กับแสงแดดเป็นเวลานานเพราะอาจทำให้ผิวหนังผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งมียารักษาสิวหลายชนิดที่ทำให้ผิวถูกเผาไหม้จากแสงแดดได้
      • หลีกเลี่ยงความวิตกกังวลและความเครียดเนื่องจากสามารถทำให้เพิ่มการผลิตคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนซึ่งทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้น
      • ในสภาพอากาศที่ร้อนหรือชื้นควรพยายามทำให้อากาศมีความเย็นและแห้งเพื่อป้องกันการเหงื่อออก

       
      สิวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดความลำบากใจอย่างมาก แต่ก็มีการรักษาอยู่ทั่วไปและมีประสิทธิภาพในหลายราย