• สิวและฮอร์โมน มีผลต่อผิวหนังอย่างไร สิวและฮอร์โมน มีผลต่อผิวหนังอย่างไร

    สิวและฮอร์โมน มีผลต่อผิวหนังอย่างไร

    สิวและฮอร์โมน ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้ปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง เพราะเมื่อเป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมนแล้ว ส่วนใหญ่มักจะมีอาการเจ็บปวดตามมาจากการอักเสบของผิวหนังและอาจมีหนองใต้ผิวหนังร่วมด้วย จึงทำให้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทิ้งรอยสิวหรือหลุมสิวเอาไว้บนผิวหน้าอีก นอกจากจะต้องเจ็บตัวกับการอักเสบของผิวหนังแล้ว ยังต้องมาเจ็บใจกับแผลเป็นจากสิวและฮอร์โมนไว้อีก วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของสิวและฮอร์โมนมีผลต่อผิวหนังอย่างไร เพื่อให้ทุกคนได้แนวทางในการจัดการกับฮอร์โมนอย่างถูกต้องกันค่ะ ความสัมพันธ์ระหว่าง สิว กับ ฮอร์โมน ฮอร์โมน เป็นปัจจัยภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดสิวได้ เนื่องจากฮอร์โมนบางชนิดไปกระตุ้นการผลิตไขมันในต่อมไขมัน เช่น เทสโทสเทอโรน แอนโดรเจน และคอร์ติซอล เป็นต้น จนเป็นสาเหตุของไขมันส่วนเกินบนใบหน้า จนทำให้เกิดเป็นผิวมันและเป็นสิวตามมา ฮอร์โมนที่เด่นชัดในเรื่องของการก่อให้เกิดสิวมักจะเป็นฮอร์โมนของเพศและการเจริญวัย ตัวอย่างเช่น เทสโทสเทอโรน เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงการเป็นวัยรุ่นอย่างสมบูรณ์ แต่ฮอร์โมนนี้ก็มักจะก่อให้เกิดสิวตามมา เพราะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีการผลิตไขมันมากขึ้น จนเกิดเป็นปัญหาผิวมันและก่อให้เกิดสิวต่าง ๆ ขึ้นทั่วบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง และสิวอักเสบ นอกจากนี้ ในบางครั้งที่เราเกิดความเครียดหรือต้องอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดัน เช่น ตอนที่เราทำข้อสอบในวิชาที่ค่อนข้างยาก ขณะที่เราทำงานภายใต้ความกดดัน หรือ การควบคุมสถานการณ์ตึงเครียดบางอย่างอยู่ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลขึ้นมา เพื่อให้เราสามารถเผชิญหน้าและผ่านความเครียดนั้นไปให้ได้ ซึ่งระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อสภาพผิวและการเกิดสิว เพราะฮอร์โมนนี้สามารถกระตุ้นการผลิตไขมันของต่อมไขมันใต้ผิวหนังได้...
    สิวและฮอร์โมน ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้ปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง เพราะเมื่อเป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมนแล้ว ส่วนใหญ่มักจะมีอาการเจ็บปวดตามมาจากการอักเสบของผิวหนังและอาจมีหนองใต้ผิวหนังร่วมด้วย จึงทำให้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทิ้งรอยสิวหรือหลุมสิวเอาไว้บนผิวหน้าอีก นอกจากจะต้องเจ็บตัวกับการอักเสบของผิวหนังแล้ว ยังต้องมาเจ็บใจกับแผลเป็นจากสิวและฮอร์โมนไว้อีก วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของสิวและฮอร์โมนมีผลต่อผิวหนังอย่างไร เพื่อให้ทุกคนได้แนวทางในการจัดการกับฮอร์โมนอย่างถูกต้องกันค่ะ ความสัมพันธ์ระหว่าง สิว กับ ฮอร์โมน ฮอร์โมน เป็นปัจจัยภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดสิวได้ เนื่องจากฮอร์โมนบางชนิดไปกระตุ้นการผลิตไขมันในต่อมไขมัน เช่น เทสโทสเทอโรน แอนโดรเจน และคอร์ติซอล เป็นต้น จนเป็นสาเหตุของไขมันส่วนเกินบนใบหน้า จนทำให้เกิดเป็นผิวมันและเป็นสิวตามมา ฮอร์โมนที่เด่นชัดในเรื่องของการก่อให้เกิดสิวมักจะเป็นฮอร์โมนของเพศและการเจริญวัย ตัวอย่างเช่น เทสโทสเทอโรน เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงการเป็นวัยรุ่นอย่างสมบูรณ์ แต่ฮอร์โมนนี้ก็มักจะก่อให้เกิดสิวตามมา เพราะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีการผลิตไขมันมากขึ้น จนเกิดเป็นปัญหาผิวมันและก่อให้เกิดสิวต่าง ๆ ขึ้นทั่วบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง และสิวอักเสบ นอกจากนี้ ในบางครั้งที่เราเกิดความเครียดหรือต้องอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดัน เช่น ตอนที่เราทำข้อสอบในวิชาที่ค่อนข้างยาก ขณะที่เราทำงานภายใต้ความกดดัน หรือ การควบคุมสถานการณ์ตึงเครียดบางอย่างอยู่ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลขึ้นมา เพื่อให้เราสามารถเผชิญหน้าและผ่านความเครียดนั้นไปให้ได้ ซึ่งระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อสภาพผิวและการเกิดสิว เพราะฮอร์โมนนี้สามารถกระตุ้นการผลิตไขมันของต่อมไขมันใต้ผิวหนังได้...

    อ่านเพิ่ม

  • 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้น 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้น

    9  พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้น

    จริงอยู่ว่า ผิวของคนเราต้องการผลิตน้ำมันเพื่อให้ผิวแลดูอ่อนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้ แม้ว่า ทุกวันนี้ต่างมีวิธีการขจัดคราบความมันส่วนเกินออกจากผิวที่หลากหลาย หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำเป็นอยู่ประจำ ความมันก็ไม่หาย แต่ก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ดี เพราะการกำจัดความมันตามธรรมชาติหรืออย่างจริงจังต่อผิวของคุณ อาจทำให้ผิวต้องผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงสังเกตุได้ว่า การต่อสู้กับผิวมัน สามารถทำให้สถานการณ์แย่ลง เราลองมาเช็ค 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ 1. ล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน เมื่อหน้าผากของคุณมีความมันราวกับเหมือนมีสปอตไลท์ส่องอยู่บนผิวหน้า แน่นอนว่าคุณต้องการกำจัดความมันนี้ออกไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การทำความสะอาดผิวในแต่ละครั้งคุณได้ขจัดน้ำมันที่ดีต่อผิวไปด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันที่มากขึ้นและอาจเกิดการระคายเคืองจากการใช้โฟมทำความสะอาดที่มากเกินไป คำแนะนำคือ ควรทำความสะอาดเพียงวันละ 2 ครั้ง หนึ่งครั้งตอนเช้า เพื่อเตรียมสร้างผิวใหม่สำหรับครีมกันแดดและเครื่องสำอาง และอีกครั้งในเวลากลางคืนเพื่อกำจัดเครื่องสำอางและมลภาวะที่มาจากช่วงระหว่างวัน   2. มองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ หากคุณเป็นคนเป็นผิวมัน คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ความชุ่มชื้นก็ได้ เพราะอาจทำให้ผิวของคุณมันเยิ้มมากกว่าที่เคยเป็น เลยมองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่จริงอยู่ว่า ครีมบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดความแห้งของผิว รวมถึงสามารถช่วยลดความมันได้จริง เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยชะลอการสร้างไขมันบนใบหน้าได้   3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน หากคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป...
    จริงอยู่ว่า ผิวของคนเราต้องการผลิตน้ำมันเพื่อให้ผิวแลดูอ่อนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่ถ้าผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป สามารถนำไปสู่การเกิดสิวได้ แม้ว่า ทุกวันนี้ต่างมีวิธีการขจัดคราบความมันส่วนเกินออกจากผิวที่หลากหลาย หรือมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำเป็นอยู่ประจำ ความมันก็ไม่หาย แต่ก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ดี เพราะการกำจัดความมันตามธรรมชาติหรืออย่างจริงจังต่อผิวของคุณ อาจทำให้ผิวต้องผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงสังเกตุได้ว่า การต่อสู้กับผิวมัน สามารถทำให้สถานการณ์แย่ลง เราลองมาเช็ค 9 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวของคุณผลิตความมันมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ 1. ล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน เมื่อหน้าผากของคุณมีความมันราวกับเหมือนมีสปอตไลท์ส่องอยู่บนผิวหน้า แน่นอนว่าคุณต้องการกำจัดความมันนี้ออกไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การทำความสะอาดผิวในแต่ละครั้งคุณได้ขจัดน้ำมันที่ดีต่อผิวไปด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการผลิตน้ำมันที่มากขึ้นและอาจเกิดการระคายเคืองจากการใช้โฟมทำความสะอาดที่มากเกินไป คำแนะนำคือ ควรทำความสะอาดเพียงวันละ 2 ครั้ง หนึ่งครั้งตอนเช้า เพื่อเตรียมสร้างผิวใหม่สำหรับครีมกันแดดและเครื่องสำอาง และอีกครั้งในเวลากลางคืนเพื่อกำจัดเครื่องสำอางและมลภาวะที่มาจากช่วงระหว่างวัน   2. มองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ หากคุณเป็นคนเป็นผิวมัน คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ความชุ่มชื้นก็ได้ เพราะอาจทำให้ผิวของคุณมันเยิ้มมากกว่าที่เคยเป็น เลยมองข้ามการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ แต่จริงอยู่ว่า ครีมบำรุงผิวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดความแห้งของผิว รวมถึงสามารถช่วยลดความมันได้จริง เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยชะลอการสร้างไขมันบนใบหน้าได้   3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน หากคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป...

    อ่านเพิ่ม

  • ผิวมัน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ผิวมัน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

    ผิวมัน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

    ผิวมัน เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ง่าย เราจึงควรใส่ใจกับผิวหน้าเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวตามมา ความมันบนใบหน้าเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานมากผิดปกติ ซึ่งก็มีหลายสาเหตุที่สามารถส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมาก วันนี้เราจะไปดูกันว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เกิดผิวมันกันค่ะ 1. กรรมพันธุ์ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับสิ่งที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างกรรมพันธุ์ ซึ่งถ้าใครมีพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่มีลักษณะผิวมัน พันธุกรรมด้านผิวหนังก็อาจจะส่งต่อไปยังลูกหลานได้เหมือนกัน แต่หากมีการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอก็สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดสิวได้ แต่ข้อดีของผิวมันคือ ผิวหน้าจะค่อนข้างชุ่มชื่นและอ่อนกว่าวัยมากกว่าผิวแห้ง 2. อายุ ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนเป็นจำนวนมาก ทำให้ผิวมีความเต่งตึง ไร้ริ้วรอย แต่คอลลาเจนที่สร้างความสวยงามให้กับผิวก็มักจะสร้างสิวตามมาด้วย วิธีแก้ปัญหาคือ การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ต้านการอักเสบของสิว จะช่วยสามารถลดการเกิดสิวและรอยแผลเป็นจากสิวได้ เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปี คอลลาเจนและความมันบนใบหน้าจะลดลง ทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นบนใบหน้า แต่ข้อดีของผิวหน้ามันนั่นก็คือ จะมีการเกิดริ้วรอยที่ช้ากว่าคนที่มีผิวแห้ง 3. สภาพอากาศ สภาพอากาศ หรือ ฤดูกาล ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวมันและอาจนำไปสู่การเกิดสิว เพราะ สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือในช่วงฤดูร้อน จะทำให้ร่างกายต้องสร้างสมดุลของอุณหภูมิในร่างกาย โดยการขับเหงื่อและน้ำมันออกมาเพื่อปกป้องร่างกายจากความร้อนและไม่ให้อุณหภูมิในร่างกายสูงจนเกินไป  ช่วงเวลานี้จะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เกิดเป็นผิวหน้าที่มีความมันและอาจก่อให้เกิดสิวได้หากไม่ได้ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี 4. รูขุมขนที่กว้าง เกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่ขยายใหญ่เกินกว่าปกติ ทำให้ผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมักจะมีผิวหน้ามันตามไปด้วย ซึ่งเราสามารถดูแลรักษาผิวหน้าได้โดยการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถนอมและไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว เพื่อลดการเกิดรูขุมขนกว้าง...
    ผิวมัน เป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ง่าย เราจึงควรใส่ใจกับผิวหน้าเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวตามมา ความมันบนใบหน้าเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานมากผิดปกติ ซึ่งก็มีหลายสาเหตุที่สามารถส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมาก วันนี้เราจะไปดูกันว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เกิดผิวมันกันค่ะ 1. กรรมพันธุ์ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับสิ่งที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างกรรมพันธุ์ ซึ่งถ้าใครมีพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่มีลักษณะผิวมัน พันธุกรรมด้านผิวหนังก็อาจจะส่งต่อไปยังลูกหลานได้เหมือนกัน แต่หากมีการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอก็สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดสิวได้ แต่ข้อดีของผิวมันคือ ผิวหน้าจะค่อนข้างชุ่มชื่นและอ่อนกว่าวัยมากกว่าผิวแห้ง 2. อายุ ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนเป็นจำนวนมาก ทำให้ผิวมีความเต่งตึง ไร้ริ้วรอย แต่คอลลาเจนที่สร้างความสวยงามให้กับผิวก็มักจะสร้างสิวตามมาด้วย วิธีแก้ปัญหาคือ การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ต้านการอักเสบของสิว จะช่วยสามารถลดการเกิดสิวและรอยแผลเป็นจากสิวได้ เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปี คอลลาเจนและความมันบนใบหน้าจะลดลง ทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นบนใบหน้า แต่ข้อดีของผิวหน้ามันนั่นก็คือ จะมีการเกิดริ้วรอยที่ช้ากว่าคนที่มีผิวแห้ง 3. สภาพอากาศ สภาพอากาศ หรือ ฤดูกาล ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวมันและอาจนำไปสู่การเกิดสิว เพราะ สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือในช่วงฤดูร้อน จะทำให้ร่างกายต้องสร้างสมดุลของอุณหภูมิในร่างกาย โดยการขับเหงื่อและน้ำมันออกมาเพื่อปกป้องร่างกายจากความร้อนและไม่ให้อุณหภูมิในร่างกายสูงจนเกินไป  ช่วงเวลานี้จะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เกิดเป็นผิวหน้าที่มีความมันและอาจก่อให้เกิดสิวได้หากไม่ได้ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี 4. รูขุมขนที่กว้าง เกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่ขยายใหญ่เกินกว่าปกติ ทำให้ผู้ที่มีรูขุมขนกว้างมักจะมีผิวหน้ามันตามไปด้วย ซึ่งเราสามารถดูแลรักษาผิวหน้าได้โดยการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถนอมและไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว เพื่อลดการเกิดรูขุมขนกว้าง...

    อ่านเพิ่ม